วิธีการโยนเล่นโบว์ลิ่งให้ถูกต้องพร้อมเทคนิคต่างๆ

ตูม สไตร์ค กลายเป็นอีกหนึ่งวลีฮิตที่หลายคนรู้จักกันดี เนื่องจากว่ากิจกรรมโยนโบลว์กำลังมาแรงเลย กีฬาชนิดนี้เป็นกิจกรรมสันทนาการอีกรูปแบบหนึ่งที่วัยรุ่นระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงวัยทำงานตอนต้นให้ความนิยมกันเพราะเล่นในร่ม ห้องแอร์ เล่นกันสบายไม่เครียด เล่นเสร็จก็เดินห้างกันต่อได้เลย แต่หากเราเป็นมือใหม่ในการเล่นจะมีเคล็ดลับ เทคนิคการเล่นอย่างไร เล่นยังไงไม่ให้แป้กต่อหน้ากลุ่มเพื่อน วิธีการจับลูก อย่างแรกเลยที่มือใหม่ต้องให้ความสำคัญนั่นก็คือการจับลูกโบว์ลิ่ง เพราะหากจับผิดนอกจากจะโยนโบลว์ไม่ออกจากมือแล้วอาจจะทำให้ผิดพลาดจนเจ็บข้อมือได้เหมือนกัน วิธีการจับลูกโบว์ลิ่งนั้นมี 3 วิธี แต่มือใหม่อย่างเราเอาวิธีสำหรับผู้เริ่มต้นไปก่อน วิธีนี้ชื่อว่า คอนเวนชั่นแนลกริป ลองสังเกตดูจะมีรู 3 รู ให้เราสอดนิ้วเข้าไปแต่ละรู้ดังนี้

จุดกำเนิดกีฬาโบว์ลิ่งและประวัติความเป็นมา

Bowling คือ กีฬาในร่มประเภทหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่โบราณกาล จากหลักฐานที่ค้นพบ ในหลุมฝังศพของเด็กชาวอียิปต์ จึงทำประจักษ์ว่าย้อนไปประมาณ 5,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์มีการละเล่นชนิดหนึ่งซึ่งใช้ก้อนหินกลม กลิ้งไปโดนแก่นซึ่งทำจากไม้ให้ล้ม หากแต่ในสมัยโบราณจะเล่นกันกลางแจ้ง โดยในยุคเดียวกันนั่นเอง ก็ค้นพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชาว Polynesian มีการเล่นเกมชนิดหนึ่ง โดยนำก้อนหินกลมกลิ้งไปให้โดนวัตถุ ซึ่งห่างออกไป 18 เมตร เป็นระยะทางเท่ากับ foul line ไปถึง headpin ในปัจจุบัน

เทคนิคการเล่นโบว์ลิ่งอย่างไรให้เป็นเซียน

การเล่นโบว์ลิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคนทุกช่วงอายุ เนื่องจากไม่ต้องใช้แรงกายมาก ช่วยเสริมสร้างความสนุกอย่างเป็นหมู่คณะ เหมาะสำหรับเล่นเพื่อพักผ่อน หรือเล่นเป็นงานอดิเรก แต่อย่างไรก็ตามการเล่นโบว์ลิ่ง ก็เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะพิเศษ เช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่นๆ สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดเล่น หรือเล่นมานานแล้วแต่ฝีมือยังไม่พัฒนาขึ้นสักที วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับดีๆมาบอกค่ะ เทคนิคการเล่นโบว์ลิ่งอย่างไรให้เป็นเซียน จังหวะการก้าวเดิน อีกหนึ่งข้อของการโยนโบว์ลิ่งแม่นให้เหมือนจับวาง คือเริ่มมาจากจังหวะการก้าวเดินเลย และจังหวะการก้าวเดิน ที่ถูกต้องในการโยนโบว์ลิ่ง คือต้องก้าวเท้าอย่างน้อย 3 – 6 ก้าว ตามความถนัดของแต่ละคน แต่สำหรับคนทั่วไปจำนวนมากการเดิน 5

เทคนิคการนับคะแนนเมื่อเล่นโบว์ลิ่ง

การนับคะแนนในการเล่น กีฬาโบว์ลิ่ง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักเล่นทุกคนจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกันให้ดี เพื่อที่ว่าเวลาเล่นกันจริงๆ จะได้ไม่เกิดการสับสนในการนับคะแนนและกติกาการนับคะแนนต่างๆ หากใครที่ยังมี ข้อสงสัย หรืออยากรู้ว่าการนับคะแนนโบว์ลิ่งเป็นอย่างไรบ้าง ก็ลองมาทำความเข้าใจกันได้เลย รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิด เทคนิคการนับคะแนนกีฬาโบว์ลิ่ง ลำดับแรกต้องเข้าใจพื้นฐานของการนับคะแนนก่อน แต่ละเฟรมจะมีโอกาสโยน 2 ครั้ง เพื่อให้พินล้ม 10 อัน หากล้มได้ตั้งแต่ครั้งแรกจะได้คะแนนสไตรค์ ถ้าหากโยนได้ภายใน 2 ครั้ง จะได้คะแนนสแปร์ เช่นเดียวกับครั้งแรกโดยไม่โดนเลยแต่ครั้งที่ 2

เทคนิคการเล่นโบว์ลิ่ง ให้มีความชำนาญได้อย่างรวดเร็ว

กีฬาอย่างโบว์ลิ่งเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยอยู่ไม่น้อย แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นกีฬาอย่างโบว์ลิ่งเป็นกีฬาที่เน้นเรื่องของความสนุกสนาน เน้นการผ่อนคลายจากความเครียดแล้วมาเล่นกันเสียมากกว่า แต่จริงๆ แล้วกีฬาประเภทนี้ก็มีการจัดการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับโลกอยู่บ่อยครั้ง เราจะเห็นได้ว่ามีนักกีฬาโบว์ลิ่งของไทยหลายคนที่สามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ในระดับนานาชาติมากมาย ถือเป็นกีฬาอีกชนิดที่แม้จะเล่นแบบเน้นความสนุกสนานเป็นหลักแต่เมื่อหากได้ลองเล่นแบบจริงจังแล้วก็สามารถทำให้กลายเป็นกีฬาอาชีพได้เช่นเดียวกัน เทคนิคสำหรับเล่นโบว์ลิ่ง แม้การเล่นโบว์ลิ่งจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันโดยพื้นฐานว่าจะต้องโยนลูกเพื่อให้ชนพินล้มลงให้หมด แต่ถ้าหากเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่าการโยนโบว์ลิ่งของมืออาชีพไม่ใช่แค่การโยนให้ลูกวิ่งไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจังหวะการโยนให้ลูกเลี้ยว ลูกโค้ง และเทคนิคอื่นๆ อีกมากมายซึ่งหากใครที่ยังไม่รู้ว่าควรต้องโยนอย่างไรบ้างก็ลองมาศึกษาเทคนิคเหล่านี้ดูได้ การโยนโบว์ลิ่งให้เลี้ยว – จริงๆ แล้วจะประกอบไปด้วยหลายปัจจัยแต่ถ้าจะให้เข้าใจง่ายก็คือ ลูกโบว์ลิ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญ ตามมาด้วยสภาพร่างกาย สแปนของลูกที่เจาะกับมือที่ใช้โยน สภาพของเลน นี่คือพื้นฐานของการโยนให้เลี้ยวหากทุกอย่างได้ตามกำหนดลูกก็จะเลี้ยวได้ตามความน้องการ การโยนโบว์ลิ่งให้มีรอบ